แม่คนเดียวผมดูแลได้! หนุ่มยอดกตัญญู พาแม่ไปในทุกๆ ที่ที่เค้าไป เหตุผลน่ากราบหัวใจ

 

แน่นอนว่าพ่อแม่นั้นเป็นสิ่งที่หาเรารับรู้กันเป็นอย่างดีอยู่แล้วว่าท่านคือคนที่มีบุญคุณแม่ในโลกปัจจุบันน่าจะมีความเจริญมากมายแค่ไหนแต่บางอย่างก็จะสามารถทำให้เปลี่ยนแปลงจิตใจมนุษย์ให้ต่ำลงได้ทำให้มนุษย์นั้นมีแต่ความเห็นแก่ตัวไม่รู้จักบุญคุณไม่รู้จักคำว่ากตัญญูซึ่งสิ่งเหล่านี้จะทำให้คนนั้นคนเหล่านี้มีมากขึ้นทั้งทางที่ความกตัญญูนั้นถือเป็นคุณธรรมที่ลูกลูกทุกคนนั้นควรจะ ปฏิบัติไม่ควรลืมพระคุณจากพ่อแม่

ซึ่งวันนี้ทางทีมงานก็ขอนำเสนอเรื่องราวดีดีที่อยากจะเตือนลูกหลายหลายคนที่อาจกำลังเบื่อพ่อแม่อยู่นั้นอยากให้ตื่นทุกคนว่าทำไมเราถึงไม่ควรลืมพ่อแม่และเราไม่ควรส่งแม่ไปบ้านพักคนชราหรือมองเห็นว่าแม่ของเรานั้นคือภาระซึ่งสิ่งเหล่านี้ก็จะพาทุกคนไปสู่คำว่ากว่าตันอยู่แต่จะเป็นอย่างไรบ้างนะลองตามมาอ่านกันดู

แน่นอนว่าคนที่มีความกตัญอยู่ก็จะทำให้ชีวิตของเรานั้นมีคุณค่าแล้วก็มีแต่คนนั้นอยากจะคบค้าสมาคมมีแต่คนยกย่องสั่งเสริมซึ่งการมีความกตัญญูนั้นจะทำให้เรานั้นเป็นคนเดียวและสำนึกถึงผู้มีพระคุณอยู่ตลอดเวลาฉะนั้นการรู้จักตอบแทนบุญคุณพ่อแม่ก็ทำให้ทุกคนนั้นมีชีวิตที่เจริญได้และนี่ก็คือเรื่องราวของหนุ่มเซลล์ขายอุปกรณ์ไฟฟ้าคนหนึ่งซึ่งแม่ของเขานั้นป่วยด้วยโรคอัลไซเมอร์และอีกหลายหลายโรคทำให้เขานั้นต้องดูแลแม่ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งเค้าจะพาแม่ไปด้วยทุกที่แม้กระทั่งเวลางานหรือเวลานอกงานก็ตามโดยใช้คนนี้มีชื่อว่าติ๊ก

กวนตีนนายอาศัยอยู่กับแม่วัย 77 ปีที่อพาร์ทเมนท์แห่งหนึ่งซึ่งเขาต้องดูแลแม่ที่ป่วยเป็นโรคอัลไซเมอร์พาร์กินสันและเบาหวานและต้องเข้าดูแลแม่ตลอด 24 ชั่วโมงโดยในชีวิตประจำวันของเค้าไม่ว่าจะเป็นเวลาทำงานหรือนอกงานเค้าก็จะพาแม่ไปกับเขาด้วยพี่ซึ่งเขาต้องปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตของตนเองยอมเสียโอกาสและอะไรหลายหลายอย่างในชีวิตเพื่อที่เค้าจะทำหน้าที่ของลูกได้อย่างเต็มที่ให้กับแม่ของตัวเองที่ป่วยอยู่

โดยเหตุการณ์นั้นเริ่มต้นในปี 2555 ซึ่งคุณแม่ของเขานั้นอยู่อยู่ก็อ่อนแรงตากเดินไม่ได้แล้วมีอาการของการนอนติดเตียงแน่นอนว่าเค้าทนเห็นสภาพของแม่แบบนั้นไม่ได้และเค้าตัวใหญ่คนที่รักที่สุดจากไปไม่ได้อีกแล้วเค้าจึงใช้ชีวิตอยู่กับแม่ด้วยกันตลอดเวลาไปไหนมาไหนด้วยกันไปประชุมก็เข้าประชุมด้วยการทำงานก็ไปทำงานด้วยกันพบลูกค้าก็พบด้วยกันไปเที่ยวก็ไปด้วยกันแน่นอนว่าเขามีแม่ไปด้วยทุกที่

ทุกคนเคยจะได้ยินคำนี้กันดีใช่ไหมล่ะเค้าว่าพ่อแม่คือพระอรหันในบ้านแน่นอนว่าสมเด็จพระพุทธะจารย์โต ได้เทศน์ ให้ราชการที่สี่ฟังว่าพระอรหันคือพระผู้ประเสริฐคนทั้งหลายนั้นแม้จะพยายามค้นหาพระผู้ประเสริฐแค่ไหนแต่ผ้าที่อยู่ใกล้ตัวที่สุดเป็นสิ่งที่ควรไม่มองข้ามเพราะพ่อแม่คือพระของลูกเพราะพ่อแม่ให้ลูกมีแต่ความบริสุทธิ์ไม่คิดหวังสิ่งใดตอบแทนนั่นเอง

ซึ่งสิ่งนี้ทำให้พระบาทสมเด็จพระจอมเก้าเจ้าอยู่หัวและเหล่าขุนนางก็ต่างมีความสงสารเพราะพวกเขาเคยได้ยินแต่ว่าพระอรหันต์ท่านจะอยู่แต่ในธรรมในป่า สมเด็จพระพุทธจารย์โตจึงได้แต่ขยายความไปต่อว่าจิตอรหันคือเป็นผู้บริสุทธิ์เป็นคนที่รู้จากความโลภโกรธหลงไม่ยินดียินร้ายในเรื่องใดใดหากใครได้ทำบุญกับพระอรหันแล้วก็ถือว่าเป็นลาภอันประเสริฐที่จะได้ทันในชาติปัจจุบันทันทีโดยไม่ต้องไปรอถึงชาติหน้าซึ่งทุกคนนั้นมักจะมุ่งแสวงหาแต่พระอรหันต์ที่อยู่นอกบ้านแต่ไม่เคยเห็นพระอรหันที่อยู่ในบ้านเลย

แน่นอนว่าทุกคนนั้นยังทำนั่งบทความไปตามกาลพระสมเด็จโตจึงได้เทพต่อไปว่าพระอรหันก็คือพระผู้ประเสริฐซึ่งแน่นอนว่าคนทั้งหลายพยายามค้นหาเพราะ เพียงหวังเกาะผ้าเหลืองเกาะล้านพาไปสู่ความสุขแม้ว่าท่านจะอยู่ไกลสุดขอบฟ้าสักแค่ไหนคนเราก็พยายามตันตอนที่ลงไปหาให้ได้เพื่อเป็นยึดเหนี่ยวบูชาจิตใจแต่ในขณะที่พระที่อยู่ใกล้ตัวนั้นกลับถูกมองข้ามไปซึ่งน้ำใจของพ่อแม่ที่ให้ต่อรูปไม่หวังผลใดเป็นสิ่งตอบแทนก็เป็นเช่นเดียวกับพระอรหันที่มีต่อมนุษย์ที่มีความบริสุทธิ์ใจเช่นเดียวกับพ่อแม่ฉะนั้นพ่อแม่ก็ถือเป็นเปรียบเสมือนพระประอรหันของลูกลูกท่านมีน้ำใจบริสุทธิ์ต่อลูกลูก แมวลูกจะพิการหูหนวกท่านก็ไม่เคยรังเกียจและเลี้ยงดูให้ความรักท่านยอมอดยอมเหนื่อยเพื่อเลี้ยงลูกให้จนเติบโตและไม่เคยทอดทิ้งลูก

แม้ว่าในตอนเป็นเด็กเราจะซุกซนไม่รู้เรื่องหรอกเคยทำร้ายควรตี๋ท่านด่าทอท่านแต่เพราะว่าความรักของท่านท่านก็ไม่เคยโกรธแต่ถ้าเราโตมาเป็นผู้ใหญ่รู้จักรับผิดชอบชั่วดีและในบางครั้งความโกรธนั้นครอบนำเราด่าทอท่านตบตีท่านท่านก็ไม่เคยคิดจะโกรธขอโทษยอมรับถูกแต่เพียงผู้เดียวยอมเสียน้ำตายอมเป็นเครื่องมือรองรับอารมณ์ของลูกซึ่งสำหรับลูกแล้วพ่อแม่ยอมได้ทุกสิ่งยอมให้อภัยทุกการกระทำย่อมเหนื่อยล้ายอมเจ็บทุกอย่างเพื่อลูกฉะนั้นจงจำไว้ว่าพ่อแม่มีแต่ให้ไม่มีใครรักเราและหวังดีกับเราเหมือนพ่อแม่อีกแล้ว

และเมื่อลูกตกอยู่ในอันตรายพ่อแม่ก็ยอมที่จะสละชีวิตปกป้องลูกอย่างเต็มกำลังแม่จะเสียทรัพย์สินหรือชีวิตมากมายแค่ไหนพ่อแม่ก็ยอมหรือลูกถูกต้องจำจากการทำร้ายพ่อแม่พ่อแม่ก็ไม่เคยโกรธคอยหมั่นดูแลไปเยี่ยมคอยส่งน้ำส่งอาหารคอยให้กำลังใจยามที่ลูกทุกข์ก็คอยปลอบโยนคอยช่วยเหลือทุกอย่างซึ่งน้ำใจเหล่านี้ที่มีต่อลูกก็เปรียบเท่ากับพระอรหันโดยแท้ซึ่งพ่อแม่ถึงนับเป็นพระอรหันคนหนึ่งในบ้านของเราท่านฉะนั้นทำไมเราจึงไม่คิดทำบุญกับพระอรหันที่อยู่ในบ้านเราล่ะ

ฉะนั้นจำไว้ลูกเป็น 10 คนพ่อแม่เลี้ยงดูได้แต่ทำไมพ่อแม่เพียงแค่สองคนถึงเกี่ยงกันเลี้ยงเพราะว่าลูกเหล่านี้กำลังดื่มคำว่าพระคุณของพ่อแม่ฉันนั้นอย่างที่ท่านมีชีวิตอยู่เราก็ควรจะเลี้ยงดูท่านปฏิบัติท่านพาท่านไปเที่ยวทำบุญเข้าวัทำให้ท่านมีความสุขเตือนในสิ่งที่ควรจะเตือนรักษาน้ำใจท่านอย่าตะคอกอย่าทำร้ายคอยเอาใจใส่และปฏิบัติดูแลท่านอย่างใกล้ชิดเพราะเมื่อไหร่ที่พ่อแม่ท่านจากเราไปเราจะได้ไม่ต้องมานั่งร้องไห้เสียใจว่าเราไม่เคยทำ ดีต่อท่านเหนื่อยซึ่งสิ่งเหล่านี้เราควรทำในยามที่ท่านยังมีชีวิตหากเราทำได้ก็ยอมได้ขึ้นชื่อว่าเป็นลูกกว่าเป็นลูกกตัญญู

และนี่ก็คือเรื่องราวที่นำมาเสนอกันในวันนี้ซึ่งแน่นอนว่าใครกำลังลืมพ่อแม่ก็ควรที่จะนึกถึงท่านเพราะหลังจากที่พระบาทสมเด็จพระจอมเก้าเจ้าอยู่หัวและเราขุนนางได้ฟังคำเทศนาของสมเด็จโตก็ถึงกับน้ำตาคอทั้งสองข้างบ้างก็น้ำตาใหลและคิดถึงพระคุณพ่อแม่ขึ้นมาฉะนั้นเราเองก็ควรพินิจพิจารณาอย่าลืมพ่อแม่อย่างเด็ดขาดฉะนั้นในวันนี้ท่านอยู่กับเราก็ควรดูแลท่านให้ถึงที่สุดดีกว่า
ที่มา hunsa.siamtodaynews.com

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s